บทความโดย : นพ. คำนวณ อึ้งชูศักดิ์
ตอนที่สอง: ซีนอดาลิตี้คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร?
1. "ซีนอดาลิตี้" จะเรียกชื่อไหนดี?
ในภาษาอังกฤษ เราจะเห็นศัพท์สามคำนี้ถูกใช้สลับกันไปมาอยู่เสมอ ได้แก่ Synod, Synodality และ Synodal Church ส่วนคำแปลในภาษาไทยนั้นปัจจุบันยังถือว่าไม่นิ่ง มีการหยิบยกมาใช้หลายคำขึ้นอยู่กับบริบท
ในหนังสือแปลของสื่อมวลชนคาทอลิก จะนิยมใช้คำว่า “พระศาสนจักรที่ก้าวไปด้วยกัน” โดยถอดความมาจากคำว่า Synodal Church อันเป็นผลสรุปจากการประชุมของวาติกัน บางแห่งก็เลือกใช้คำว่า “จิตตารมณ์ซีนอด” บางแห่งก็ใช้คำง่าย ๆ อย่าง “เดินไปด้วยกัน” ฯลฯ เอาเป็นว่าใครคิดว่าคำไหนเหมาะ ก็ลองใช้กันดูก่อนครับ สักพักใหญ่ ๆ เมื่อคำไหนเข้าใจง่ายและติดปาก มันก็จะแพร่หลายไปเอง
สำหรับในข้อเขียนซีรีส์นี้ ผมขออนุญาตใช้คำทับศัพท์ว่า “ซีนอดาลิตี้” (Synodality) เหตุผลที่ผมเลือกใช้คำทับศัพท์ เพราะภาษาไทยเป็นภาษาที่เปิดรับคำต่างประเทศได้อย่างกลมกลืนครับ สมัยก่อนเวลาเราพูดคำไทยคำอังกฤษ ครูมักจะดุเอาว่าภาษาไทยจะวิบัติหมด แต่เดี๋ยวนี้เวลาเราไปซื้อขนมครกราคา 25 บาท แล้วถามคุณยายแม่ค้าว่า “สแกน (Scan) ได้ไหมครับ?” คุณยายยังตอบกลับมาทันทีว่า “สแกนตามคิวอาร์ (QR code) นี้นะคุณ”
ดังนั้น คำศัพท์จะติดปากและกินใจผู้คนได้ ก็ต่อเมื่อเราได้สัมผัสและเข้าถึง “สาระ” ของเรื่องนั้น ๆ มากกว่าตัวพยัญชนะครับ
2. พระศาสนจักรคาทอลิก หมายถึงใครกันแน่?
เรื่องของวิถีซีนอดาลิตี้ นั้นเป็นการริเริ่มของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ท่านทรงเป็นพระสันตะปาปานักปฏิรูป และท่านคงจะทรงมองเห็นปัญหาบางอย่างในเรื่อง “การมีส่วนร่วม” ของสัตบุรุษคาทอลิกที่มีอยู่ถึง 1,400 ล้านคนทั่วโลก
ในความเป็นจริง สัตบุรุษส่วนใหญ่ยังมีความคิดว่า พระสงฆ์และนักบวชคือ “นายชุมพาบาล” ที่มีหน้าที่ตัดสินใจ ไม่ว่าท่านจะว่าอย่างไร เราเป็นเพียง “ลูกแกะในฝูง” ก็มีหน้าที่ปฏิบัติตาม ส่วนพระสงฆ์นักบวชบางท่านก็อาจจะเผลอไปคิดว่าตัวเองมีอำนาจล้นพ้น เพราะพระคริสตเจ้าเคยตรัสว่า “อะไรที่ท่านผูกบนโลก ก็จะถูกผูกบนสวรรค์ด้วย” เลยอาจจะเผลอคิดไปเองว่าเราสามารถชี้ถูกชี้ผิดแทนพระเจ้าได้ในทุกเรื่อง
ความคิดแบบนี้ ไม่ว่าจะมาจากฝั่งสัตบุรุษหรือฝั่งพระสงฆ์ก็ตาม ทางวิชาการเขาเรียกว่า “บรรพชิตนิยม” (Clericalism) ซึ่งเป็นเนื้อร้ายที่มีส่วนทำให้ศาสนาอ่อนแอลง โป๊ปฟรานซิสท่านทรงท้วงติงเรื่องนี้อยู่หลายครั้งหลายหน จนทำให้พระสังฆราชและพระสงฆ์กลุ่มอนุรักษ์นิยมบางส่วนออกมาต่อต้านท่าน
หากเรามองดูสภาพสังคมคาทอลิกทั่วโลกในปัจจุบัน เราจะเห็นกรณีที่สัตบุรุษไม่เห็นด้วยกับพ่อเจ้าวัดหรือพระสงฆ์นักบวชอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเกิดความขัดแย้ง คนกลุ่มนี้ก็เลยเลือกที่จะห่างเหินจากศาสนาไป ภารกิจต่าง ๆ ส่วนใหญ่ของวัดจึงถูกปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระสงฆ์ นักบวช หรือองค์กรที่เป็นทางการฝ่ายเดียว ซึ่งถ้าปล่อยไว้แบบนี้เห็นทีจะไม่ไหว
โป๊ปฟรานซิสท่านจึงทรงรื้อฟื้นเจตนารมณ์ของสังคายนาวาติกันครั้งที่สอง ที่ย้ำเตือนว่า “พระศาสนจักรคาทอลิก (Church) คือประชากรทั้งหมดของพระเจ้า ไม่ใช่เฉพาะพระสงฆ์หรือนักบวช” ดังนั้น เรื่องของพระศาสนจักรจึงต้องให้สัตบุรุษทุกหมู่เหล่ามาร่วมกันรับรู้ ร่วมคิด และร่วมรับผิดชอบ โดยไม่มีการตัดคนกลุ่มไหนออกไปเลย นับว่าเป็นแนวคิดที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่งครับ
3. ซีนอดาลิตี้ เป็นการประชุม หรือ เป็นชีวิตประจำวัน?
โดยปกติแล้ว ทางสันตะสำนักจะมีการเชิญบรรดามุขนายก (พระสังฆราช) จากทั่วโลกมาร่วมประชุมกันเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาสำคัญ หรือเกิดมุมมองความคิดที่แตกต่างกัน การประชุมแต่ละครั้งจะมีหัวข้อสำคัญที่เป็นโจทย์ท้าทายต่อความเชื่อหรืออนาคตของคริสตศาสนา เราเรียกการประชุมนี้ว่า “ซีนอด” (Synod) ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของคริสตชนยุคแรก
คำว่า Synod มาจากภาษากรีกโบราณสองคำ คือ Syn (ร่วมกัน) และ Hodos (เส้นทางเดิน) เมื่อมารวมกันจึงมีความหมายตรงตัวว่า “การร่วมเดินบนหนทางเดียวกัน” เพื่อให้ผู้นำศาสนจักรในแต่ละสังฆมณฑลทั่วโลกก้าวเดินไปด้วยกัน
แต่สำหรับการประชุมซิโนดครั้งที่ 16 นี้ โป๊ปฟรานซิสท่านทรงกำหนดหัวข้อให้เป็นเรื่อง “Synod on Synodality” ซึ่งดูเหมือนท่านกำลังจะบอกเราว่า ทำอย่างไรที่จะดึงสัตบุรุษมาร่วมก้าวเดินไปด้วยกันจริง ๆ และวิถีนี้ไม่ได้เป็นเพียง “เหตุการณ์” (Event) ที่เกิดขึ้นเฉพาะในช่วงเวลา 2 ปีของการประชุมเท่านั้น
แต่ “ซีนอดาลิตี้” คือความมุ่งหมายที่จะให้คริสตชนทุกคนดำรงชีวิตแบบก้าวไปด้วยกันในทุกวัน ทุกเวลา และทุกเหตุการณ์อย่างไม่หยุดยั้ง จนกลายมาเป็นวิถีชีวิตและเป็นวัฒนธรรมร่วมกัน
4. เราจะก้าวเดินไปด้วยกัน... ไปกับใคร และไปเพื่ออะไร?
ตอนที่ผมมีโอกาสไปเข้าอบรม มีชาวต่างชาติถามผมว่า “ยู ได้ยินคำนี้แล้วเข้าใจอย่างไร?” ผมก็ตอบเขาไปตรง ๆ ว่า “ภาษาอังกฤษของไอแค่อยู่ในระดับ Double snakes and fishes (งู ๆ ปลา ๆ) นะ แต่ตอนที่ได้ยินคำนี้ ครั้งแรกนึกไปถึงคำว่า Solidarity หรือความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การช่วยเหลือกัน และการไม่ทิ้งกัน”
เขาตอบกลับมาว่าผมเข้าใจถูกบางส่วน เพราะคำว่า “ร่วมเดิน” และ “เส้นทางเดียวกัน” นั้น มันสื่อว่าเราไม่ได้เดินคนเดียว ไม่เหงา ไม่โดดเดี่ยว แต่เรากำลังเดินไปเป็นกลุ่มใหญ่ และที่สำคัญที่สุดคือ เรากำลังเดินไปกับพระเจ้า โดยมี “เส้นทางเดียวกัน” คือเส้นทางของพระคริสตเจ้าที่จะนำพาเราไปสู่สันติสุข
ชีวิตของเราในโลกปัจจุบันเปรียบเสมือนการเดินทาง และเส้นทางชีวิตในตอนนี้มันช่างสับสน เต็มไปด้วยการหลอกลวง และมีอุปสรรคมากมาย จนทำให้ชีวิตของคนเราเหี่ยวแห้งได้ง่าย ๆ
พระคริสตเจ้าตรัสว่า “เราคือหนทาง ความจริง และชีวิต” ดังนั้น หากคริสตชนทุกคนร่วมเดินบนหนทางเดียวกันของพระคริสตเจ้า มันจะเกิดผลดีอย่างน้อย 3 ประการ (3 คุณลักษณะของซีนอดาลิตี้) ดังนี้ครับ:
- เกิดความสนิทสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกัน (Communion): สนิทสัมพันธ์ทั้งกับตัวเอง กับคนอื่น และกับพระเจ้า เมื่อมีความสนิทสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น สันติสุขก็จะตามมา เราจะไม่ทะเลาะกับตัวเอง ไม่ขัดแย้งกับคนอื่น และไม่ประท้วงหรือตัดพ้อต่อพระเจ้า
- เกิดความกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วม (Participation): สมาชิกทุกคนจะอยากลุกขึ้นมาทำสิ่งดี ๆ ร่วมกันด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่ทำแบบแกน ๆ หรือทำแบบเสียไม่ได้
- เกิดความเต็มใจที่จะร่วมพันธกิจ (Mission): พร้อมที่จะออกไปทำพันธกิจแห่งความรักของพระเจ้า และเมื่อเราได้ลงมือทำตามพันธกิจนี้ เราจะตระหนักได้ทันทีว่าชีวิตของเรามีความหมาย ส่วนรายละเอียดของพันธกิจคืออะไร ผมคงจะได้นำมาขยายความในตอนต่อไปครับ
รวมความว่า ถ้าคริสตชนมีนิสัย และสังคมคาทอลิกหรือพระศาสนจักรมีวัฒนธรรมแบบซีนอดาลิตี้ เราจะก้าวหน้าและมีความสุขร่วมกันทั้งในส่วนตัวและส่วนรวม
มิน่าเล่า… สัญลักษณ์ของซีนอดาลิตี้ จึงถูกออกแบบเป็นรูปคนเดินเป็นกลุ่มใหญ่ โดยให้พระสังฆราช พระสงฆ์ และนักบวชเดินอยู่ตรงกลาง มีเด็กและเยาวชนก้าวเดินอยู่ข้างหน้าสุด พร้อม ๆ กับมีคนแก่และคนพิการร่วมเดินทางไปด้วยกัน เป็นการเดินแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยมีร่มไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านปกคลุมให้ความร่มเย็น และเหนือต้นไม้นั้นคือแผ่นศีลมหาสนิทหรือองค์พระคริสตเจ้าที่ทรงนำทางและเป็นพละกำลังให้เรา หากสังเกตให้ดี ภาพสัญลักษณ์นี้บ่งบอกคำสำคัญสามคำที่นำไปสู่ Communion, Participation และ Mission ได้อย่างลึกซึ้งที่สุดครับ
คำถามและข้อคิดชวนร่วมเดินไปด้วยกัน:
ก่อนจะจบบทความตอนที่ 2 นี้ ท่านที่เป็นคริสตชนหรือผู้อ่านทั่วไปเคยมีประสบการณ์ในทำนองนี้บ้างไหมครับ? มาร่วมเขียนเล่าและแลกเปลี่ยนกันในพื้นที่ปลอดภัยแห่งนี้ดูนะครับ:
- ก) คุณเคยมีประสบการณ์ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจ การบริหาร หรือการปฏิบัติของพระสงฆ์ นักบวช หรือสัตบุรุษด้วยกันบ้างไหม? หากมี… ในตอนนั้นคุณใช้วิธีการรับมืออย่างไร และแต่ละวิธีให้ผลลัพธ์อย่างไรบ้าง?
- ข) ซีนอดาลิตี้ในประสบการณ์ของคุณ ปัจจุบันยังเป็นเพียงแค่ “เหตุการณ์ในการประชุม” หรือได้กลายมาเป็น “วัฒนธรรมในสังคมคาทอลิก” ของคุณแล้ว? และในอนาคตคุณอยากจะเห็นวิถีนี้ขับเคลื่อนไปในรูปแบบไหน?
xxxx
xxx
xxx
[ CTA : ปุ่ม ลิ้งค์ไป ถาม-ตอบ ทาง Facebook Group : TC Hub Group ]
...
…
📚 แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References):
…
ร่วมถาม-ตอบ Synodality ที่คุณสงสัย
ทางกลุ่มเฟซบุ๊ค Synodality : Walking Together – Thai Catholic Hub



