วิถีซีนอดาลิตี้ (Synodality) EP.4: อยู่ร่วมกัน ผ่าน "การสนทนาในพระจิต"
บทความโดย : นพ. คำนวณ อึ้งชูศักดิ์
วงออร์เคสตราฝรั่ง หรือ วงมโหรีแบบไทย?
ในช่วงที่ผมเรียนออนไลน์กับชาวต่างชาตินั้น เขาตั้งคำถามว่า เวลาที่เราคิดถึงเรื่อง “ซีนอดาลิตี้” (Synodality) เราจะเปรียบเทียบกับอะไรที่คุ้นเคยเพื่อเป็นการเตือนใจว่าวิถีนี้มันคืออะไร?
พวกฝรั่งส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าเหมือนการเล่นดนตรีแบบ “วงออร์เคสตรา” (Orchestra) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ ประการแรก… นักดนตรีต้องหมั่นฝึกซ้อมเล่นเครื่องดนตรีชิ้นของตนเองให้คล่องทุกวัน ซึ่งตรงกับนิสัย 3 ประการที่เราคุยกันไปในตอนที่แล้ว คือ ฟัง ไตร่ตรอง และลงมือ ไม่มีงานก็ต้องซ้อมเพื่อพัฒนาตนเองไป
แต่พองานเข้า ถูกเรียกเข้าประจำวง ก็ต้องประยุกต์การฟัง การไตร่ตรอง และการลงมือทำ ให้เป็นรูปแบบ “วงใหญ่” ที่มีนักดนตรีและเครื่องดนตรีเป็นร้อยชิ้น ทุกคนและทุกเครื่องดนตรีจะต้องตกลงกันก่อนว่าจะเล่นเพลงเดียวกัน แต่ละคนเล่นบทของตนเองเพื่อผสมผสานกันตามจังหวะเพลง “ไม่ใช่แข่งกัน แต่เป็นการเสริมกัน” เพื่อให้เกิดเป็นเพลงเดียวกัน โดยต้องมี “วาทยกร” (Conductor) หรือคนที่ทำให้ทุกคนเป็นเอกภาพ นักดนตรีต้องคอยมองวาทยกร ซึ่งหากเล่นคลาดเคลื่อนไป วาทยกรก็อาจจะส่งสายตาหรือสัญญาณมาบอก
คนไทยเราอาจจะไม่ค่อยคุ้นกับวงออร์เคสตรานัก แต่พอบอกว่าเป็น “วงมโหรีเครื่องใหญ่” ก็พอจะเข้าใจและเห็นภาพได้ชัดเจน เพราะเป็นการรวมเครื่องดนตรีทั้ง ดีด สี ตี และเป่า การบรรเลงก็คงคล้ายกันคือ ทุกชิ้นต้องประสานกัน ฟังกัน ไม่แข่งกัน ไม่แซงกัน หรือไม่กลบเสียงกัน แม้จะไม่มีวาทยกรคอยโบกมือ แต่ทุกคนต้อง “ฟังเสียงฉิ่ง” ที่จะคอยให้จังหวะที่ถูกต้องร่วมกัน
"การสนทนาในพระจิต" (Conversation in the Spirit)
หลังจากพอเข้าใจหลักการของซีนอดาลิตี้แล้วว่า สิ่งสำคัญคือการอยู่ร่วมกันและเดินไปด้วยกัน เวลาจะทำงานร่วมกันก็ต้องปรึกษาหารือกันก่อน จึงไม่แปลกที่พอพูดถึงวิถีนี้ เราต้องเริ่มฝึกปฏิบัติการพูดคุยกัน
เทคนิคที่ใช้กันแพร่หลายคือ “การสนทนาในพระจิต” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “Conversation in the Spirit” ซึ่งมีการออกแบบที่น่าสนใจและเหมาะสำหรับการระดมความคิดเพื่อแก้ไข “โจทย์ยากๆ” ที่ต้องอาศัยความสามัคคีและก้าวไปพร้อมกัน
ส่วนโจทย์ง่ายๆ นั้น คงไม่ต้องใช้วิธีนี้ให้ซับซ้อน เช่น มื้อนี้จะกินอะไรกันดี? แน่นอนว่าคงมีความเห็นต่างกัน แต่คงสรุปได้ไม่ยากว่า “วันนี้ไปร้านนี้ก่อน ครั้งหน้าค่อยไปอีกสองร้านที่มีคนเสนอมา” เป็นต้น แต่สำหรับปัญหายากๆ ที่ต้องระดมความคิดและสร้างความเป็นเอกภาพนั้น มีหลายวิธีที่พัฒนาใหม่ๆ ขึ้นเรื่อยๆ และการสนทนาในพระจิตก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่พวกเราน่าจะฝึกฝนและนำมาใช้
ต้องขอออกตัวก่อนว่า แม้ผมจะผ่านเวทีการประชุมมามาก แต่ผมก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในวิธีการนี้ จึงขอเล่าแบบสั้นๆ ตามความเข้าใจว่าหลักการเป็นอย่างไร และเนื่องจากเป็นเรื่องที่เริ่มนำมาปฏิบัติ จึงอาจมีความแตกต่างกันไปบ้างตามแต่ละสถานการณ์ ให้มองว่าเป็นเรื่องดีที่เราได้เห็นความเหมือนและความต่าง จะได้ดูว่าแบบไหนเหมาะกับบริบทของกลุ่มคนที่เข้าร่วม (ถ้าเป็นคนหนุ่มสาว กับคนอาวุโส อาจต้องมีการปรับรูปแบบบ้าง) ซึ่งทางคุณพ่อหรือพระสังฆราชที่เชี่ยวชาญกว่าผม คงจะช่วยแนะนำได้ต่อไปครับ
จุดมุ่งหมายและหลักการของการสนทนาในพระจิต
การสนทนาในพระจิตอาจดูเหมือน “การประชุมกลุ่มย่อย” เพื่อระดมความคิดที่เราคุ้นเคยกันอยู่มาก (โดยแบ่งเป็นกลุ่มละ 7-8 คน) แต่ข้อแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่ “เป้าหมายสุดท้าย”
การประชุมกลุ่มย่อยแบบมนุษย์ทั่วไปมักมุ่งหา “คำตอบต่อโจทย์” และมักจะถูกเหนี่ยวนำโดยสมาชิกบางคนที่มีข้อมูลเพียบ ประสบการณ์มาก แย่งคนอื่นพูด จนทำให้บางคนไม่ได้พูดเลย พอจบการประชุมอาจเกิดความขุ่นข้องหมองใจกัน คิดในใจว่า “พูดมากนัก ก็ไปทำเองแล้วกัน”
แต่การสนทนาแบบพระจิตนั้น ต้องการให้เกิด ความเข้าใจและความเป็นหนึ่งเดียวกัน (Communion) ซึ่งจะส่งผลให้เกิด การร่วมมือ (Participation) ต่อไป ทุกคนจะได้รับโอกาสให้ “พูดเท่ากัน”
ก่อนเริ่มการสนทนาในพระจิต จะต้องมีการบอกเจตนารมณ์และวิธีการอย่างชัดเจน หากไม่บอก… ผู้มาร่วมอาจไม่เข้าใจและชักใบให้เรือเสียทิศทาง เช่น คาดหวังว่าจะมาโหวตเพื่อเอา “มติ” ไปทำอะไรบางอย่าง
ขั้นตอนการสนทนาในพระจิต
ปกติแล้ว คนที่คอยบอกและควบคุมการประชุมคือ “ประธาน” แต่ในการสนทนาแบบพระจิตนั้น จะไม่มีประธาน แต่จะมีเพียง “ผู้อำนวยความสะดวก” (Facilitator) ซึ่งเล่นบทบาทสำคัญที่จะต้องเข้าใจโจทย์ บอกความคาดหวัง บอกขั้นตอนมารยาท และบริหารเวลาให้ทุกคนได้พูดสองหรือสามรอบ (ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 60 นาที) พร้อมทั้งคอยดึงที่ประชุมหากเริ่มออกนอกลู่นอกทาง ไม่ถึงกับต้องควักใบเหลืองใบแดงเหมือนคนเป็นประธาน แต่ต้องใช้ความสุภาพและศิลปะในการดึงกลับมา นับว่าไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป
ในหลักสูตร School of Synodality มีการออกเอกสารแนะนำเรื่อง การสนทนาในพระจิต ย่อๆ ไว้ดังนี้ครับ:
1) ภาวนาเริ่มการสนทนา
มักจะมีการอ่านบทพระคัมภีร์ (จะเลือกเอาตอนที่เข้ากับหัวข้อ หรือเอาบทประจำวันก็ได้) และเชิญชวนให้สมาชิกได้สะท้อนคำบางคำที่กินใจ พร้อมเชื้อเชิญพระจิตเจ้ามาร่วมสนทนาในหัวข้อของกลุ่ม
2) สนทนา 3 รอบ
รอบที่ 1: เชิญชวนให้ทุกคนได้บอกความรู้สึกนึกคิดของตนเองต่อคำถาม ในตำราแนะนำให้เราตอบทำนองว่าเรื่องดีๆ ที่เราพบคืออะไร (Where is the joy) แต่ผมคิดว่าเราอาจแสดงความเป็นห่วงที่เรากังวลได้เช่นกัน (Where is the concern) ใช้เวลาท่านละประมาณ 2 นาที จะไม่มีการขัดจังหวะ หรือซักถามใดๆ ทั้งสิ้น รอบนี้เป็นการสนทนาระดับบุคคล เมื่อครบทุกคนแล้ว จะมีการหยุดไตร่ตรองเงียบๆ สัก 1-2 นาที ว่าเราในฐานะคนฟัง… โดนใจเรื่องอะไรของคนอื่นมากที่สุด
รอบที่ 2: เชิญชวนให้แต่ละคนได้สะท้อนว่า “ประทับใจอะไรจากการได้ฟังคนอื่น” ซึ่งทำให้เห็นสิ่งที่จำเป็นต้องให้ความสนใจและทำอะไรต่อไป (Where is the needs) รอบนี้จะเริ่มทำให้กลุ่มเห็น “ความเหมือนกัน” จากตอนแรกที่มีความหลากหลายมาก จะเริ่มแคบลงมาว่ากลุ่มมีความรู้สึกนึกคิดร่วมกันอย่างไร… ก่อนที่จะเริ่มไปสู่รอบที่ 3 ก็จะให้มีการหยุดเงียบสัก 2-3 นาที เพื่อฟังว่าพระจิตเจ้าจะบอกอะไรเราเพิ่มเติมหรือไม่
รอบที่ 3: เชิญชวนให้แต่ละคนสะท้อนว่า หลังจากนิ่งเงียบภาวนานั้น ได้เกิดความรู้สึกนึกคิดใหม่ๆ ที่เพิ่งผุดขึ้นมาหรือไม่ จากการที่ได้ฟังเพื่อนสมาชิกทั้งสองรอบและการฟังเสียงพระจิต (Where is the Spirit leading us)
3) การประมวลและปิดการสนทนา
ผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) หรืออาสาสมัครที่จดคำสำคัญ จะพยายามประมวลว่ามีความคิดความเห็นอะไรเกิดขึ้นกับกลุ่มบ้าง ขั้นตอนนี้ไม่ได้เป็นการฉายหนังซ้ำทั้งหมด แต่เป็นการ “ไฮไลต์เรื่องราวสำคัญ” ออกมา และเชิญชวนให้กลุ่มได้สนทนาในเรื่องที่ยังติดค้างกันต่อไป ข้อประมวลนี้ไม่ได้ถือเป็น “มติเอกฉันท์” แต่เป็นเพียงการรวบรวมจุดสำคัญก่อนปิดประชุมครับ
💬 คำถามชวนคุยและไตร่ตรอง (Reflection)
อ่านบทความจบแล้ว มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกันในกลุ่ม Facebook ของเรานะครับ:
คุณเคยมีประสบการณ์ดีๆ กับการประชุมในองค์กร ชุมชน หรือที่วัดหรือไม่? คุณประทับใจอะไรมากที่สุด?
คุณพอบอกเล่าประสบการณ์ “ที่ไม่สู้ดีนัก” ในการประชุมปรึกษาหารือกับคนอื่นได้หรือไม่? คิดว่าสาเหตุเกิดจากอะไร?
คุณเคยเข้าร่วม “การสนทนาในพระจิต” หรือไม่? หากเคย… มีคำแนะนำหรือความประทับใจอะไรอยากแบ่งปันไหมครับ?
คุณอยากลองนำวิธีการ “การสนทนาในพระจิต” มาใช้ในการปรึกษาหารือของชุมชนคาทอลิกหรือองค์กรที่คุณสังกัดอยู่หรือไม่?
[ CTA : ปุ่ม ลิ้งค์ไป ถาม-ตอบ ทาง Facebook Group : TC Hub Group ]
...
…
📚 แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References):
…
ร่วมถาม-ตอบ Synodality ที่คุณสงสัย
ทางกลุ่มเฟซบุ๊ค Synodality : Walking Together – Thai Catholic Hub



